2007/Oct/07

แด่ ทุกคนที่เข้ามาในอาณาเขตของผม

ณ ปัจจุบันที่ดำเนินชิวิตอยู่นี้ เราทุกคนล้วนแล้วแต่เจอปัญหาต่างๆนาๆ นับตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ

พ่อแม่ทะเลาะกันเป็นประจำ ไม่มีตังค์กินข้าว ม่มีทุนเรียนหนังสือ

เขาไปมีชู้ เธอคนนั้นแอบไปมีกิ๊ก

ปู่เป็นโรคมะเร็ง ย่าสุขภาพไม่แข็งแรง

เจ้านายงี่เง่า ที่ทำงานขี้นินทา

โอ้ยยยย พูดแล้วเครียสสสส !!!

ต่างคนต่างปัญหา ปัญหาใหญ่ของคนๆนึงอาจเป็นเพียงแค่เรื่องเล็กน้อยของใครบางคน ใช่แล้ว !!! เราน่าจะตีความได้ว่าปัญหาที่แต่ละคนเผชิญอยู่ก็ล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาใหญ่ของคนๆนั้นทั้งสิ้น

คนแต่ละสังคม แต่ละระดับความคิด ก็มีปัญหาที่ต้องเผชิญแตกต่างกันออกไป

คนรวยก็มีปัญหาแตกต่างจากคนที่ไม่มีอันจะกิน

คนเก่งก็มีปัญหาแตกต่างจากคนฉลาดน้อย

คนทำงานราชการก็มีปัญหาแตกต่างจากคนทำงานบริษัท

วิศวกรก็มีปัญหาแตกต่างจากกรรมกร

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าคนเราจะเลือกเกิดไม่ได้ แต่อย่างน้อยเราก็เลือกที่จะเข้าไปพัวพันกับปัญหาแบบไหนก็ได้ หรือพูดแบบภาษาบ้านๆ แบบไม่ต้องมาเปรียบเทียบให้สวยหรูได้ว่า เราเลือกที่จะเอาตัวเราเข้าไปข้องแวะกับสังคมแบบไหนก็ได้ เพื่อที่ว่าเราจะได้ลดปัญหาที่เราไม่เต็มใจที่จะเผชิญลงไปได้บ้าง (แล้วจะเขียนมาให้ยาวเข้าใจยากทำไมเนี่ย ? ผู้เขียน: ก็แค่อยากให้มันดูโปรเฟสชันแน่วนิ -_-!!)

สำหรับผม........

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผมพยายามกันตัวเอง สร้างรั้วล้อมรอบจากทุกๆคน ที่อยู่รอบตัวผมมาโดยตลอด ผมมีสิทธิในการเลือกตอบสนองต่อคนรอบๆข้างผมเสมอมา เลือกที่จะเปิดประตูต้อนรับใครให้เข้ามา หรือเลือกที่จะนิ่งเฉยไม่ตอบสนองต่อคนที่มาเรียกอยู่หน้ารั้วก็ได้ นี่เป็นตะแกรงชั้นดีสำหรับกรั่นกรองคนที่ผมจะต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย ในแต่ละครั้งที่ผมจะเปิดประตูต้อนรับใคร ผมมักพิจารณาแล้วพิจารณาอีก ว่าคนๆนั้นจะต้องไม่นำสิ่งอันไม่พึงประสงค์เข้ามาในอาณาเขตของผมโดยเด็ดขาด

ดังนั้น ปัญหาและสิ่งที่ผมอยากมานั่งเครียด (เล่นๆ) จึงมักเป็นประเภท

ต้องทำไงถึงไปถึงจุดนั้นได้เนี่ย

ครั้งนี้พยายามน้อยไปหน่อย ครั้งหน้าต้องพยายามให้มากยิ่งขึ้นอีก

เมื่อก่อนขี้เกียจเรียนตอนนี้ถึงต้องมาขยันเป็นหลายๆเท่าเพื่อให้ทันคนอื่นๆ เขา T-T

จะหาคนที่เป็นแบบเดียวกับเราได้ที่ไหนบ้างนะ

ทำยังไงเราถึงจะมีประโยชน์ต่อคนที่ด้อยโอกาสกว่าเราได้บ้างนะ

(ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นแบบไม่คาดฝันจะไม่ขอกล่าวถึง เพราะมันเป็นสิ่งปกติในชีวิตของคนเราที่ต้องเจอบ้าง ในที่นี้จะขอกล่าวถึงเฉพาะปัญหาที่เราเลือกที่จะเจอหรือเลือกที่จะหลีกเลี่ยงได้)

.....................................

ผมเลือกที่จะเอาสิ่งเหล่านี้เข้ามาเป็นปัญหาหลักในชีวิตของผม ผมสนุกที่จะเผชิญกับมัน สนุกที่จะเปิดประตูต้อนรับคนที่นำสิ่งเหล่านี้มาให้ผม และสามารถช่วยกันคิดหาทางออกได้

หากทว่าในบางครั้งที่ผมเปิดประตู ผมดันไม่ได้ตรวจสอบคนที่เข้ามาให้ละเอียดถี่ถ้วนเสียก่อน หรือบางครั้งผมตรวจละเอียดแล้ว แต่สิ่งอันไม่พึงประสงค์บางชนิดก็ยังสามารถกลายพันธุ์ และแอบเล็ดลอดเข้ามาโดยที่ผมไม่ทันสังเกตเห็นได้ จะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตามแต่ มันเหล่านี้ บางครั้งก็ได้คลืบคลานเข้ามา จนทำให้ผมไม่สามารถที่จะหลีกหนีมันได้อีกต่อไป

ซึ่งปัญหาโลกแตกเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผมพยายามหลีกเลี่ยงมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็น

เขาหลอกฉัน เธอคบหลายคน ผู้ชายเลวกว่าหมา ผู้หญิงเลวกว่าแมว (555)

อีนั่นมันไปมีผัวใหม่ อีนี่มันไปนอนกับผู้ชายหลายคน ผู้ชายมันขี้เหล้า ผู้หญิงมันเที่ยวเก่ง

....................................

สำหรับผม สิ่งเหล่านี้มันร้ายแรงยิ่งกว่าฆาตกรโรคจิตที่หั่นศพแล้วเอามีดแทงเนื้อเล่นสักสองสามฉึก แล้วก็นำขึ้นมาเลียเสียอีก (เอ็งน่านแหละโรคจิต !!!) มันเหมือนสิ่งคอยฉุดรั้งคนเราไว้ ให้วนเวียนและพบเจอแต่สิ่งเดิมๆ เป็นลูกโซ่ เป็นทอดๆ มันคอยตามมาหลอกหลอนจิตใจเราไม่มากก็น้อย มันคอยแทะโลมและเบี่ยงเบนเราจากสิ่งที่อยากทำ

ชีวิคคนเรานั้นสั้นนัก ความตายมีโอกาสมาทักทายเราได้ตลอดเวลา แทนที่เราจะมาเครียดกับสิ่งเหล่านี้ เราน่าจะมานั่งเครียดกับจุดประสงค์หลักในชีวิตของเราดีกว่าเป็นไหนๆ

แต่ก็นั่นแหละ ในเมื่อเลี่ยงไม่ได้แล้ว เราก็ควรที่จะแกร่งพอที่จะรับมือมันได้ด้วย แล้วใช้พลังงานที่มีอยู่ในตัวเรา กำจัดมันออกไปจากรั้วของอาณาเขตเราให้หมด ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้

สิ่งที่ยังไม่เกิดเราเลือกได้ เราเลือกที่จะลดปัญหาเหล่านี้ได้โดยการเลือกสังคมที่เราอยู่ เลือกสังคมที่เราอยากคลุกคลีด้วยบ่อยๆ หรือหากจำเป็นจริงๆที่จะต้องยุ่งเกี่ยวกับสังคมที่เราไม่ปรารถนา เราก็ยังสามารถเลือกที่จะตอบสนองต่อคนในสังคมนั้นๆ ได้เช่นกัน

เพียงแต่ เราจะรู้ตัวหรือไม่ว่าเรามีอำนาจในการเลือก

............................

แต่ครั้งหน้าสำหรับผม........

ผมคงต้องสร้างรั้วที่มันหนากว่าเดิมและคงต้องมีอุปกรณ์ตรวจจับชนิดพิเศษไว้คอยตรวจสอบผู้มาเยี่ยมเยือน

หรือ...

ผมคงต้องวิงวอนคนที่เข้ามาในเขตรั้วของผม ให้ช่วยกันรักษาความสะอาด เอ้ย ไม่ใช่ !!! ช่วยกันปลดสิ่งอันไม่พึงประสงค์ออกจากตัวก่อนที่จะย่ำเท้าเข้ามาในอาณาเขตของผม

หรือ...

ผมอาจจะอนุญาตให้นำมันเข้ามาได้ แต่นำมันเข้ามาเพื่อให้ผมเป็นคนกำจัดโดยตรง เพราะผมเองก็เต็มใจที่จะช่วยแขกพิเศษทุกคนของผมในการกำจัดสิ่งอันไม่พึงประสงค์ที่เกาะอยู่ตามตัวเหล่านี้ให้หมดไปให้สิ้นซาก

ไม่ใช่เฉพาะเพื่อตัวแขกเองเท่านั้น

หากแต่เพื่อตัวผมเองด้วยเช่นกัน

......................................................


edit @ 2007/10/07 03:19:17
edit @ 2007/10/07 03:23:52

2007/Sep/05

โหวววว เก่งจัง เรียนได้ยังไง

เก่งจังเล้ยยย คิดได้ไงเนี่ย

คนนี้เค้าเก่ง จริงๆนะ กินอะไรมาถึงได้เก่งอย่างนี้นะ

คำพูดเหล่านี้มักเป็นคำพูดที่ใช้กับคนที่ประสบความสำเร็จ

ไม่ว่าเรื่องใดๆก็ตาม

มันบ้าหรือเปล่า ทนทำอยู่ได้ ตังค์ก็ไม่ได้ ทำแล้วได้อะไร

มันคงทำไม่ได้หรอก น้อยคนที่จะทำได้

ไม่มีใครเคยทำมาก่อนเลยนะ แล้วเธอจะทำได้เหรอ

ส่วนคำพูดเหล่านี้มักถูกใช้กับคนที่ทำอะไรก็ตาม

ที่ถูกมองว่าผิดแปลกจากคนส่วนใหญ่ปฏิบัติกัน

หรือทำในสิ่งที่ยังไม่เคยมีคนทำมาก่อน

บ่อยครั้งที่คนเรามักตัดสินความสำเร็จเพียงแค่ผิวเผิน

บุคคลที่ประสบความสำเร็จมักถูกสรรเสริญจากคนหมู่มาก

ในขณะผู้ที่ล้มเหลวกลับถูกหาว่าเป็นตัวประหลาดหรือไม่ก็เพี้ยนไปเลย

แต่ถ้ามองให้ลึกๆ ลึกลงไปยังกระบวนการของบุคคลที่ประสบความสำเร็จ

เราจะเห็นว่าผู้คนเหล่านั้นต้องผ่านความยากลำบาก ประสบความล้มเหลว

หรือแม้กระทั่งโดนดูถูกจากคนรอบๆข้าง มาหลายต่อหลายครั้ง

แล้วทำไมเขาถึงประสบความสำเร็จละ ?

เล่นของ

บนบาลศาลเจ้า

กินผลวิเศษ

ถูกเลี้ยงดูโดยเทวดา

เข้าโรงเรียนซูเปอร์ฮีโร่

อย่างนั้นหรือ

..........

หรือจริงๆแล้ว เป็นเพราะความอึด ความพยายาม และความอดทน ต่างหาก

ที่นำพาผู้คนเหล่านั้นไปสู่นิพพาน สัมผัสรสชาดความหอมหวานของคำว่า

"เราทำสำเร็จแล้ว"

ถ้าหากว่า Jesse Martin ยอมแพ้เสียงจากผู้คนรอบข้างที่ว่าเขาทำไม่ได้

บัดนี้เขาคงไม่ได้เป็นผู้ที่อายุน้อยที่สุดที่แล่นเรือใบรอบโลกสำเร็จด้วยตัวคนเดียว

ถ้าหากว่า สองพี่น้องตระกูลไรน์ ไม่ฝันถึงสิ่งที่ยังเป็นไปไม่ได้ในยุคนั้น

บัดนี้พวกเราคงไม่สามารถเดินทางอย่างสะดวกรวดเร็วด้วยเครื่องบินเป็นแน่แท้

ถ้าหากว่า โรเบิร์ต กอร์ดดาร์ด ไม่ได้คิดค้นจรวดลำแรกของโลกไว้

บัดนี้มนุษย์ก็คงไม่สามารถขยายขอบเขตความรู้ของโลกเราเช่นกัน

และถ้าหากว่า ผู้คนไม่พยายามตัดสินคนอื่นจากความสามารถที่ตนเองมีอยู่

เราคงมีบุคคลที่ประสบความสำเร็จในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเพิ่มขึ้นเป็นแน่แท้

หรือถ้าหากว่าสังคมไม่พยายามยัดเยียดค่านิยมแก่เด็กๆ

เราก็คงมีคนหนุ่มสาวที่มีความคิดที่จะช่วยเหลือสังคมมากกว่าที่จะอยู่เสพสุขไปวันๆ

(แล้วก็ตายไปจากโลกใบนี้)

แต่เหนือสิ่งอื่นใด

ความเชื่อมั่นในสิ่งที่ตนเองทำ การไม่โลเลจากเสียงรอบข้าง

ความพยายามและความอึดต่างหาก

ที่น่าจะเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับผู้ที่กำลังพยายามทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่

ดังนั้น เก่งหรือแปลกประหลาดเป็นสิ่งที่ไม่น่าจะแยกกันออก

หากไม่ยอมแปลกประหลาดก่อนก็คงไม่สามารถเก่งได้

มันน่าจะมีเส้นกั้นบางๆเท่านั้นระหว่างความเก่งกับความแปลกประหลาด

แล้วมันคงไม่ยากเกินไปที่จะใช้มือของเราฉีกเส้นกั้นนี้ออก

เราน่าจะทำได้นะ

ไม่ใช่สิ เราทำมันได้ต่างหาก

......................................

ปล. กว่าจะทำให้ตัวหนังสือมันเรียงเป็นระเบียบแต่ละทีเหนื่อยแทบแย่ แก้แล้วแก้อีก เฮ้อ ใครมีวิธีดีๆบ้างเนี่ย


edit @ 2007/09/05 04:03:31
edit @ 2007/09/05 04:05:49
edit @ 2007/09/05 04:09:13
edit @ 2007/09/05 04:16:26

2007/Aug/28

แด่คนที่มีกาแฟในหัวใจ

ในทุกวันที่เราดำเนินชีวิตอยู่นี้

บางคราวการระลึกถึงสิ่งที่เป็นอดีตก็สามารถทำให้เรามีความสุขได้

อดีต... แม้คนเราไม่อาจหวนกลับคืนไปได้

แต่เราเลือกที่จะระลึกถึงมันได้ในแง่ต่าง ๆกันไป

วันนี้... กาแฟเย็นกระป๋องที่ไม่ได้ลิ้มรสมานาน

ทันทีที่สัมผัสรสชาดของมัน ความทรงจำบางอย่างได้หวนกลับคืนมา

ความสุข ความทุกข์ ความยากลำบาก ความมุ่งมั่น ความฝัน

ทุกคืนทุกวันที่ผ่านไปนั้นล้วนมีกาแฟเป็นองค์ประกอบ

ในวันหนึ่งวัน อย่างน้อยกาแฟหนึ่งกระป๋องหรือหนึ่งแก้วเสมือนเป็นส่วนเติมเต็มชีวิต

ในบางวันที่ท้องฟ้าเป็นสีครามสดใส สีเขียวของใบไม้เด่นชัด

การได้นั่งจิบกาแฟในห้องและมองออกไปนอกหน้าต่าง

ก็ทำให้มีความสุขได้มากแล้ว

การได้ค่อยๆจิบกาแฟ และครุ่นคิดถึงความหมายของชีวิตและความทรงจำต่างๆ

เป็นของที่คู่กันสำหรับผม

มันแลดูคล้ายกับว่าสิ่งต่างๆ วิ่งและหมุนวนโดยมีกาแฟเป็นจุดศุนย์กลาง

ในช่วงเวลาที่ทำงาน

บ่อยครั้งที่ผมมักจะมีความสุขที่ได้เดินออกจากห้องทำงานไปร้านกาแฟ

เลือกซื้อกาแฟสดแล้วค่อยๆเดินกลับอย่างเชื่องช้า

และคิดถึงปัญหาที่ต้องแก้ในงานวิจัยของผมไปด้วย

ไม่ใช่สิ มันไม่ใช่งาน แต่มันเป็นสิ่งที่ผมสนใจและอยากทำต่างหาก

มันเป็นสิ่งที่ผมอยากรู้ อยากลอง ผมจึงทำมัน

แม้กระทั่งเวลาที่ต้องเดินทางไปไหนต่อไหนก็ตาม

หรือเวลาที่มีนัดหมายกับคนสำคัญ

ผมมักจะหยุดซื้อกาแฟสดตามทางที่ผ่าน

และมีความสุขที่ได้ลิ้มรสมันเสมอ

ในกรณีที่ผมหากาแฟสดไม่ได้จริงๆ

กาแฟกระป๋องมักจะเป็นทางเลือกของผมเสมอ

เพราะความสามารถในการเก็บได้นาน

ผมจึงมักมีกาแฟกระป๋องสำรองไว้ที่ห้องตลอดเวลา

ณ ปัจจุบันนี้เองที่ผมเพิ่งได้ลิ้มรสกาแฟเย็นอีกครั้ง

ในดินแดนที่กาแฟร้อนเป็นทางเลือกแรกในการทำให้ร่างกายอบอุ่น

ความทรงจำเหล่านี้จึงค่อยๆหวนกลับมาเด่นชัดขึ้น

ในช่วงชีวิตของคนเรา

ทุกวันที่ต้องเผชิญปัญหาในปัจจุบัน

ไล่ล่าความฝันและความหวังในอนาคต

บางครั้งเราอาจลืมความรู้สึกเก่าๆ ไปบ้าง

และเรามักเคร่งเครียดกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

การได้พัก ทำใจให้สงบและมองไปยังอดีต

อาจช่วยเติมพลังให้เราอีกครั้งก็เป็นได้

เราอาจระลึกถึงบางสิ่งที่ดีในตัวเรา

สิ่งที่เราเคยเป็น และสิ่งที่เราเคยฝันไว้

เราควรจะเรียกมันกลับมาก่อนที่มันจะจากเราไปอย่างถาวร

.......

แล้วคุณละ วันนี้ดื่มกาแฟรึยัง


edit @ 2007/08/28 18:38:59
edit @ 2007/08/28 19:05:11
edit @ 2007/08/28 19:14:05
edit @ 2007/08/28 19:25:37